กีฬา

เคล็ดลับการสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย (ตอนที่ 1)

เรียบเรียงโดย Dr.E.

“กีฬา…กีฬา…เป็นยาวิเศษ…ฮ้าไฮ่…ฮ้าไฮ่…” 

ผมเชื่อว่า คนจำนวนไม่น้อยที่เคยได้ยินเพลงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงที่มีกีฬาสีที่โรงเรียนสมัยยังเป็นเด็ก ๆ กันอยู่ และน่าจะพอเข้าใจว่าทำไมเนื้อเพลงถึงกล่าวไว้เช่นนี้…

คงไม่มีใครปฏิเสธว่าการเล่นกีฬาทำให้ผู้เล่นมีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ถึงแม้ว่ากีฬาบางอย่างที่มีการปะทะทางร่างกายก็อาจทำให้ผู้เล่นบาดเจ็บได้ ซึ่งหลาย ๆ คนก็ไม่ได้อยากจะเล่นกีฬาชนิดนั้น ๆ หรืออาจรู้สึกเกลียดการเล่นกีฬาไปเลย และยังอาจทำให้รู้สึกไม่ชอบกิจกรรมใด ๆ ที่มีการใช้กำลังกายไปด้วย

หากเรายังอยู่ในวัยที่ยังมีร่างกายแข็งแรงตามธรมชาติ นั่นคือ วัยเด็กที่มีการวิ่งเล่นซนกับเพื่อน ๆ หรือวัยรุ่นที่มีกิจกรรมมากมายที่เป็นโอกาสให้ได้ปลดปล่อยพลังหนุ่มสาวพร้อมกับการเบิร์นไขมันหรือสารอาหารส่วนเกินทั้งหลายออกไปจากร่างกายแล้ว ก็คงยังไม่ต้องกังวลเรื่องการมีน้ำหนักเกินควรหรือมีโรคภัยต่าง ๆ มารุมเร้า

แต่หากคุณได้เลยผ่านช่วงเวลานั้น (นั่นคือ…คุณได้เลยหลักสี่มาแล้ว!) และได้เข้าสู่ช่วงวัยกลางคน (ไม่ว่าจะเร็ว ๆ นี้ หรือนานมาแล้วก็ตาม :)) และคุณไม่ได้มีกิจกรรมที่เผาผลาญพลังงานได้มาก ๆ เหมือนเดิม ในวันหนึ่ง คุณอาจรู้สึกตัวได้ว่า ถึงเวลาแล้วที่คุณควรต้องดูแลสุขภาพของคุณอย่างจริงจัง เพราะร่างกายของคุณไม่ได้อยู่ในช่วงที่จะปล่อยปละละเลยให้เป็นไปตามธรรมชาติอีกต่อไป จึงจำเป็นต้องทำให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ

การออกกำลังกาย

อย่างไรก็ตาม หลาย ๆ คนอาจยังมีความคิดที่ไม่ถูกต้องนักว่า การออกกำลังกายจะต้องเป็นไปในรูปแบบการเล่นกีฬาเท่านั้น และจำเป็นต้องรอเพื่อน ๆ มาเล่นด้วย หาไม่แล้ว ก็จะไม่ได้ออกกำลังกายเลย ซึ่งบ่อยครั้งที่เหตุผลของการไม่มีเพื่อนออกกำลังกายด้วยนี้ ได้ทำให้ตกอยู่ในสภาวะขาดแรงบันดาลใจ และกลายเป็นข้ออ้างให้เราไม่ได้อออกกำลังกายใด ๆ เลย หากเป็นเช่นนั้นแล้ว ต่อไปประเทศไทยของเราคงจะอุดมไปด้วยประชากรที่สุขภาพย่ำแย่ลงอย่างแน่แท้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเราได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การที่ผู้คนส่วนใหญ่มีสุขภาพที่ทรุดโทรมเช่นนั้น คงจะลุกลามกลายเป็นวิกฤตของชาติได้แน่ ๆ ซึ่งองค์การอนามัยโลกก็ได้แนะนำว่าประชากรในแต่ละช่วงวัยควรได้มีกิจกรรมการออกกำลังกายให้เหมาะสม[1] เพื่อให้มีสุขภาพที่ดี

แต่ช้าก่อน! อย่าพึ่งกังวล เพราะเหมือนว่าคนไทยจะมีสัญชาติญาณในการเอาตัวรอดอยู่เสมอ 🙂 ในปัจจุบันจึงได้เห็นว่ามีผู้คนจำนวนมากในปัจจุบัน ได้เข้าใจถึงวิธีการออกกำลังกายที่ไม่ใช่เฉพาะการเล่นกีฬา และให้ความสนใจในการออกกำลังกายอย่างจริงจัง จากผลการสำรวจของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา[2] เราได้เห็นว่าคนไทยมีแนวโน้มมาออกกำลังกายมากขึ้นจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยกลุ่มผู้ออกกำลังกายส่วนใหญ่จะใช้สวนสาธารณะ สนามกีฬา ลานออกกำลังกาย หรือที่บ้าน เป็นสถานที่ใช้ออกกำลังกาย นับว่าคนกลุ่มนี้ได้ประสบความสำเร็จในการดูแลรักษาสุขภาพของตนไปแล้วระดับหนึ่ง

ออกกำลังกาย
ออกกำลังกาย

หากคุณเป็นคนที่อยากมีสุขภาพดี fit and firm แต่ก็ยังไม่สามารถผลักดันให้ตัวเองออกจาก comfort zone และความกลัวเหนื่อย (หรือความขี้เกียจ :)) ให้ไปออกกำลังกายได้สักที คงถึงเวลาแล้วล่ะที่จะต้องเริ่มทำอะไรบางอย่างเพื่อหาแรงบันดาลใจเพื่อทำสิ่งดี ๆ ให้แก่ตัวเองสักที ซึ่งในตอนต่อไป เราจะมาค้นหาว่า จะมีสิ่งใดบ้างที่เป็นเคล็ดลับที่จะสามารถใช้เป็นแรงบันดาลใจที่จะทำให้เราลุกขึ้นไปออกกำลังกายได้บ้าง …เพื่อตัวเราเองและเพื่อคนที่เรารัก… 🙂


[1]Physical activity. World Health Organization.  https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/physical-activity

[2]พฤติกรรมการออกกำลังกาย/เล่นกีฬาของคนไทย   https://sports.mots.go.th/sport63/exercise.php